การ ดัดฟัน เป็นกระบวนการรักษาและจัดเรียง

การ ดัดฟัน เป็นกระบวนการรักษาและจัดเรียง การจัดฟันเป็นกระบวนการรักษาและจัดเรียง ตำแหน่ง และการใช้งานฟันที่อยู่ผิดที่ผิดทาง การจัดฟันทำให้ฟันเรียงตัวอยู่ในตำแหน่งที่สวยงาม โดยผู้เชี่ยวชาญที่จะมาทำหน้าที่ดูแลการจัดฟันจะเรียกว่าทันตแพทย์จัดฟัน

การจัดฟันเกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง?
การจัดฟันจะใช้เครื่องมือต่าง ๆ เพื่อจัดเรียงตำแหน่งของฟัน โดยการรักษาประเภทนี้จะแตกต่างกันไปตามปัญหาของฟันแต่ละบุคคล
ในบางกรณีคุณอาจต้องทำการใส่อุปกรณ์รัดศีรษะพร้อมกับเหล็กจัดฟันตอนกลางคืน และอาจต้องทำการถอนฟันบางซี่เพื่อเข้ารับการรักษาเสียก่อน
ระยะเวลาของการรักษา (จัดฟัน) จะขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของปัญหาที่มีอยู่ แต่ส่วนมากจะใช้เวลาระหว่าง 18 ถึง 24 เดือน

ใครควรเข้ารับการจัดฟันบ้าง?
หลายคนมีปัญหาฟันเก ฟันซ้อน หรือฟันยื่นจนไม่สบกันทุกครั้งที่กัดฟัน ปัญหาเหล่านี้ทำให้ฟันได้รับความเสียหายไปเรื่อย ๆ หรืออาจทำร้ายกล้ามเนื้อกรามได้
ในบางกรณี ความผิดปกติดังกล่าวได้พัฒนาจนส่งผลกระทบต่อรูปร่างของใบหน้า
ปัญหาฟันเก และฟันอยู่ผิดตำแหน่งเป็นปัญหาที่พบเห็นได้ง่ายมาก โดยคาดว่าเด็กอายุ 12 ปีมากกว่าครึ่งจะเข้าข่ายกลุ่มที่ควรเข้ารับการจัดฟัน

จะเข้าถึงบริการจัดฟันได้อย่างไร?

ในกรณีส่วนมาก คุณหรือลูกของคุณจะถูกส่งไปพบทันตแพทย์จัดฟันจากการแนะนำโดยทันตแพทย์ทั่วไป หรือคุณก็สามารถไปหาพวกเขาได้ด้วยตัวเองก็ได้

การคงสภาพเครื่องมือจัดฟันให้มีความสะอาดอยู่เสมอ
ภาวะแทรกซ้อนที่มักเกิดมาจากการจัดฟันคือปัญหาฟันผุ ซึ่งเกิดมาจากการที่เชื้อแบคทีเรียในช่องปากผสมกับเศษอาหารตกค้างและน้ำลายจนสร้างแผ่นเหนียว ๆ ที่เรียกว่าเรียกว่าคราบจุลินทรีย์เข้าไปเกาะตัวฟันจนทำให้ชั้นเคลือบฟันถูกทำลายไป

หลายคนที่ต้องสวมเครื่องมือจัดฟันจะไม่สามารถทำความสะอาดฟันได้อย่างสะอาดหมดจดจริง ๆ ทำให้ระหว่างการจัดฟัน ต้องมีการดูแลแปรงฟันเพิ่มเติมมากกว่าเดิม

เพื่อการลดความเสี่ยงของการสูญสลายของชั้นเคลือบฟัน ทันตแพทย์จัดฟันจะแนะนำให้ใช้ยาสีฟัน หรือน้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์สูง และต้องให้ผู้ที่จัดฟันหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหวาน ๆ หรือเครื่องดื่มอัดลม

ต้องทำการจัดฟันเมื่อไร?
การจัดฟันมักดำเนินการเพื่อปรับการเรียงตัวของฟันในช่องปากเพื่อทำให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น

อีกทั้งฟันที่เรียงตัวอย่างดีเยี่ยมจะทำให้การทำความสะอาดช่องปากง่ายมากขึ้น และยังเป็นการลดการทำงานของกล้ามเนื้อและข้อต่อกรามลง

ผู้ที่ทำการจัดฟันแล้วจะมีฟันหรือโครงกรามที่สวยงาม จนหลายคนมีความมั่นใจในตัวเองเพิ่มขึ้น

ฟันหน้ายื่น: เป็นสาเหตุที่พบเห็นได้มากที่สุด

ฟันซ้อน: ผู้ที่มีโครงกรามแคบมักจะมีปัญหาว่ามีพื้นที่ให้ฟันอยู่ไม่เพียงพอ ทำให้ฟันภายในช่องปากเกิดซ้อนทับกัน

ฟันคุด: เป็นฟันแท้ที่ไม่ยอมงอกออกมา เนื่องจากว่าดันไปโตอยู่ผิดที่ผิดทาง

ฟันไม่สมมาตรกัน: บางคนมีจุดศูนย์กลางของฟันบนและฟันล่างไม่ตรงกันทำให้ฟันทั้งสองแถวไม่สามารถสบกันได้สมบูรณ์จนทำให้ดูเหมือนฟันเก

ฟันสบลึก: ฟันแถวบนเลยหน้าฟันกรามมากเกินไปจนบังฟันล่างมิด

ฟันสบกลับ: ฟันแถวบนสบอยู่ข้างหลังฟันล่าง

ฟันสบเปิด: คือการที่ฟันบนและฟันล่างไม่สบกันแม้จะทำการปิดปากแล้ว โดยภาวะเช่นนี้มักเกิดมาจากการที่เด็กดูดหัวแม่มือตัวเองมาเป็นเวลานาน ๆ
เหตุผลอื่น ๆ ที่ทำให้ต้องเข้ารับการจัดฟัน

การจัดฟันยังสามารถใช้แก้ปัญหาช่องปากอื่น ๆ ได้อีก อาทิเช่นใช้เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาโรคปากแหว่งเพดานโหว่ เป็นต้น
การจัดฟันยังช่วยในเรื่องภาวะหยุดหายใจขณะหลับอีกด้วย โดยทันตแพทย์จัดฟันจะใช้เครื่องมือจัดฟันที่คล้ายกับเกราะกันไม่ให้เหงือกไปปิดช่องขณะนอนหลับ

การจัดฟันจะเริ่มขึ้นเมื่อไร?
การจัดฟันมักจะเริ่มขึ้นเมื่อเด็กมีฟันแท้ขึ้นหมดแล้ว

สำหรับเด็ก ฟันแท้จะขึ้นมาในช่วงอายุ 12 หรือ 13 ปี สำหรับการจัดฟันให้ผู้ใหญ่นั้นสามารถเริ่มได้เมื่อไรก็ได้ แต่กระบวนการที่สามารถใช้ได้จะน้อยลง

สุขอนามัยในช่องปาก
ทันตแพทย์มักจะไม่เริ่มคอร์สจัดฟันให้คนไข้จนกว่าจะมีสุขอนามัยในช่องปากดีเสียก่อน เนื่องมาจากการจัดฟันเป็นตัวเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดฟันผุอยู่แล้ว

การดำเนินการจัดฟัน
การจัดฟันมีอยู่หลายประเภท การเลือกใช้จะขึ้นอยู่กับปัญหาของฟันหรือกรามของคนไข้แต่ละคน

โดยระยะเวลาที่จะเห็นผลดีอยู่ในช่วง 18 ถึง 24 เดือนหลังเริ่มการรักษาครั้งแรก ซึ่งจะมีระยะเวลาน้อยลงได้ตราบใดที่คุณ:

รักษาสุขภาพช่องปากให้ดีอยู่เสมอ
สวมใส่อุปกรณ์จัดฟันตามที่กำหนดไว้
ปฏิบัติตามคำแนะนำด้านการรับประทานอาหารของทันตแพทย์จัดฟัน
สวมใส่เครื่องมือรักษาสภาพฟันหรือรีเทนเนอร์ตามที่แพทย์แนะนำ
การประเมิน
ขั้นตอนแรกของการรักษาคือการประเมินลักษณะ รูปร่าง การจัดเรียงของฟันคุณ ซึ่งมักมีการใช้เทคนิคเอกซเรย์ ปั้นแบบจำลองช่องปากพลาสติก และถ่ายภาพฟันของคุณไว้

แนวทางเหล่านี้จะช่วยให้ทันตแพทย์จัดฟันสามารถคิดภาพแนวทางการจัดฟันให้คุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อุปกรณ์จัดฟัน
การจัดฟันจะใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อดัดแปลงตำแหน่งของฟัน โดยมีอยู่สี่ชนิดด้วยกัน คือ:

อุปกรณ์แบบติดถาวร: เป็นเครื่องมือดัดฟันที่ไม่สามารถถอดออกได้เนื่องจากส่วนปลอกจะติดอยู่กับฟันแต่ละซี่ โดยตัวปลอกดังกล่าวจะเชื่อมหากันด้วยเส้นลวด
อุปกรณ์แบบถอดได้: มักมาเป็นแผ่นครอบพลาสติกที่ใช้ติดเพดานปากกับฟันบางซี่เอาไว้ โดยอุปกรณ์ประเภทนี้จะจำกัดการเคลื่อนที่ตามธรรมชาติของฟัน
เครื่องใช้กระตุ้นเพื่อการจัดฟัน: เป็นอุปกรณ์ดัดฟันที่สามารถถอดได้ ซึ่งมาเป็นคู่ ๆ เชื่อมต่อกัน หรือออกแบบมาให้ติดเข้ากับฟันบนและฟันล่าง
อุปกรณ์รัดศีรษะ: ไม่ใช่อุปกรณ์สำหรับการจัดฟัน แต่ก็สามารถใช้กับอุปกรณ์ตัวอื่นในตอนกลางคืนได้
ในกรณีที่มีปัญหารุนแรง การรักษาจะใช้แบบติดถาวรกับการผ่าตัดเพื่อขยับกราม โดยการรักษาเช่นนี้ต้องดำเนินการที่โรงพยาบาลเท่านั้น

อุปกรณ์จัดฟันแบบถาวร
เป็นอุปกรณ์จัดฟันที่พบได้บ่อยที่สุด โดยจะใช้งานวิธีการนี้ก็ต่อเมื่อต้องทำการเรียงฟันหลายซี่พร้อมกัน หรือใช้กับการรักษาที่ต้องการความแม่นยำสูงเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เมื่อสวมใส่อุปกรณ์ประเภทนี้ คุณสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ เพียงแต่คุณควรพยายามเลี่ยงที่จะทานลูกกวาด ของหวานจัด ๆ และน้ำอัดลม เนื่องจากอาหารดังกล่าวอาจไปทำลายตัวอุปกรณ์จัดฟันและฟันของคุณได้

ถ้าคุณกำลังใช้งานอุปกรณ์ดัดฟันแบบถาวรนี้ ควรเลี่ยงการเล่นกีฬาที่ต้องกระทบกระแทกกันอย่างรักบี้ ซึ่งหากจำเป็นควรต้องสวมใส่ยางกันเหงือกเอาไว้เพื่อความปลอดภัยกับฟันและอุปกรณ์

อุปกรณ์แบบถาวรมักจะสร้างมาจากเหล็ก ทำให้อุปกรณ์นี้อยู่เด่นเป็นสง่าบนฟันของคุณ แต่ ณ ปัจจุบัน ทันตแพทย์จัดฟันหลายท่านได้นำการใช้อุปกรณ์ดัดแบบถาวรที่ผลิตจากพลาสติกใสหรือเซรามิกมาใช้ ซึ่งมีราคาแพงกว่าการจัดฟันแบบดั้งเดิม และกรณีที่สามารถใช้ได้ก็ยังมีจำกัดอีกด้วย

Writen by admin